ครั้งแรกกับการเดินทางไปญี่ปุ่น
จริงๆ แล้ววันที่เขียน blog นี้นั้น ผมก็มาอยู่ที่ญี่ปุ่นได้เกือบจะ 2 อาทิตย์แล้ว ตั้งใจจะเขียนบล็อกหลายที แต่ก็หาเวลาให้อะไรลงตัว จึงพึ่งได้เริ่มครับ (จริงๆ ก็ยังไม่เรียบร้อยซะทีเดียว แต่ขี้เกียจผลัดละ)
เอาเป็นว่าผมจะทยอยเล่าเรื่องราวตั้งแต่วันแรกที่เดินทางมาที่ญี่ปุ่นนี้เลย ประกอบภาพที่ทยอยถ่ายเก็บไว้ อาจจะไม่ปะติดปะต่อเท่าไหร่ เพราะเขียนจากบันทึก และความทรงจำนะครับ แต่ก็จะพยายามเขียนให้รู้เรื่องที่สุด (ปกติโดนว่าประจำว่า ผมคุยไม่ค่อยรู้เรื่อง 555++)
มาเริ่มกันเลยครับ ผมออกเดินทางจากเมืองไทย ที่สุวรรณภูมิก็ราวๆ 5 ทุ่ม ไป การบินไทย ไม่ลงไปถึง flight นะครับ ก็มีแฟนผมกับเพื่อนๆ พี่ๆ ในแลปที่ทำงานไปส่ง ตามรูปเลย

ไปถึงก่อนที่สนามบินประมาณ 3 ทุ่มครับ พอ check in ได้ตั๋วเสร็จ ก็เลยไปหาอะไรทานกันก่อน ที่ห้องอาหารของสุวรรณภูมิ ผมเองขอทานข้าวขาหมู อาหารไทยไปก่อนเดินทางอิๆ จากนั้นประมาณ สี่ทุ่มก็เข้า gate ตรง gate นี่ผมต้องแกะ notebook และก็เอาของต่างๆ ออกมาตรวจครับ พอดีรีบๆ สุดท้าย เลยทำซองมือถือที่พึ่งซื้อมาใหม่หล่นหายไปแถวนี้แหละ
จากนั้นก็ขึ้นเครื่อง พอเครื่องออกซักพัก ก็ทานอาหารบนเครื่อง พอได้ที่ก็หลับยาว มาตื่นตอนเค้าเสิร์ฟ พวกกาแฟ ชา ผ้าร้อน ประมาณนั้น แล้วก็เลยทันได้เก็บภาพจากนอกหน้าต่างเครื่องก่อนลงมาให้ดูกัน รูปหลังเห็นพื้นดินเกาะญี่ปุ่นอยู่ลางๆ เหอๆ


พอมาถึงก็ต้องรีบเดินไปตรง ตม. ของญี่ปุ่น ที่นี่จะมีการเก็บลายนิ้วมือกับรูปภาพไว้ด้วย แต่ผมไม่ทันได้ถ่ายขั้นตอนนี้มาน่ะครับ พอดีถือของพะรุงพะรังอยู่ เลยได้แต่ภาพเอกสารส่งมาให้ดูแก้ขัดกันละกัน

จากนั้น plan ต่อไปก็ต้องไปติดต่อที่ Office ของบริษัทที่ให้เช่า apartment ซึ่งอยู่แถว Gotanda
แต่อย่างแรกก็ต้องนั่ง Limousine Bus ไปลงที่โรงแรง Shinagawa Prince Hotel ก่อนครับ แล้วค่อยต่อรถไฟฟ้าจาก Shinagawa ไปยัง Gotanda อีกที

ได้มารอตรงแถวชานชาลาที่ 13 เลขสวยตั้งแต่มาถึงเลยนะเนี่ย เอิ้กๆ

ตอนที่มาถึงประมาณ 6 โมงเช้าครับ คนเลยไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ อันนี้บรรยากาศแถวที่รอรถ Limousine bus
จากนั้นผมก็นั่งรถไปอีกประมาณ 1 ชั่วโมง ง่วงมากครับตอนนั้น แต่ก็ไม่กล้าหลับ เพราะกลัวนั่งเลยเดี๋ยวยุ่งครับ ถ่ายรูประหว่างทางมาให้ดูด้วย

ส่วนอันนี้ให้ดูข้างนอกรถที่ผมนั่งมากับพี่ที่ทำงานที่ไปด้วยกัน ชื่อพี่ปุ้ย ครับ

ต่อจากตอนลงรถนี่ขลุกขลักเอาการครับ ต้องลากกระเป๋าไปที่สถานีรถไฟฟ้า Shinagawa เลยไม่ได้ถ่ายรูปมาให้ดู เพราะมัวแต่งมกับพี่ที่ไปด้วย หาว่าจะซื้อตัวยังไง เพราะมันมีแต่ภาษาญี่ปุ่นทั้งนั้นเลยครับ แถมคนญี่ปุ่นก็พูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยจะได้กัน ยิ่งกว่าคนไทยบ้านเราอีก แต่วันนั้นโชคดีมาก เจอสาวญี่ปุ่นคนนึงพูดอังกฤษได้ เค้าช่วยพาขึ้นรถไฟไปส่งให้ถึงสถานี Gotanda เสียดายไม่ทันได้ถ่ายรูปคนใจดีมา ได้คุยกับเค้าคร่าวๆ เป็นนักกฏหมายครับ เค้าบอกว่าวันนั้นเค้าว่างพอดีก็เลยมาส่งได้ พอแยกย้ายกัน ผมกับพี่ปุ้ย ก็ลากกระเป๋า เดินไปที่ Office เพื่อติดต่อเรื่อง apartment อีกประมาณ 500 เมตร เล่นเอาหอบทีเดียว กระเป๋าผม 17 กิโล แล้ว notebook อีก 3 กิโลได้ ปวดเมื่อยตัวทีเดียว

ถ่ายภาพตึกเป้าหมายที่จะติดต่อ โดย Office ของบริษัทนี้ก็เป็นเหมือนห้องพักเล็กๆ ครับ ก็หลังจากตกลงเรื่องสัญญาและระเบียบต่างๆ จ่ายเงินเสร็จสรรพก็ต้องเดินทางไปยัง Apartment อีกที่นึง ก็นั่งรถไฟฟ้าเหมือนเดิม แต่คนละสายกับที่นั่งมาครับ ต้องไปลงที่ Kamata ก่อนไปถึงสถานี Gotanda ก็หลงอยู่พักนึง แต่โชคดีอีกแล้ว เจอคนไทยที่เค้าเห็นเราคุยกัน มาช่วยบอกทางให้ จากนั้นก็ได้ขึ้นรถไฟ และเก็บบรรยากาศเล็กน้อยมาให้ดู

เด็กในรูปชอบเล่นกล้อง ก็เลยแอบถ่ายซะหน่อย ผมหลอกให้โพสต์ท่าตั้งนาน แล้วค่อยถ่ายแบบกึ่งทีเผลอเอา อิๆ
พอมาถึงสถานี Kamata ก็วนเวียนอยู่พักนึงหาทางออก จากนั้นมาเสียเวลาอยู่แถวๆ สถานี้พักใหญ่ เพราะถามทางใครก็ไม่ค่อยรู้เรื่อง สุดท้ายก็เดินดุ่มๆ ไปตามทางที่คิดว่าใช่ และก็เจอ landmark คือ สวนสาธารณะ และในที่สุดก็มาถึงที่พักจนได้
ก็เอารูปทางเข้ามาให้ดูก่อน เดี๋ยวไว้รูปห้องพัก และตึกด้านนอกจะให้ดูอีกทีละกันนะครับ

Apartment ที่นี่ดีมากครับ มีระบบป้องกันเป็น keycard ตรงทางเข้า ส่วนการเข้าห้องก็ใช้แค่รหัสผ่านเท่านั้น ไม่ต้องพกกุญแจห้อง ขอแค่อย่าลืมรหัสละกัน
พอเอาของเข้าที่พัก พักผ่อนซักพักก็เย็นพอดี เดินมาหาอะไรทานแถวสถานี Kamata โชคดีแถวนี้เป็นย่านการค้าค่อนข้างใหญ่ทีเดียว
มาดูอาหารเย็น เป็นอาหารมื้อแรกแบบเต็มๆ ที่ญี่ปุ่น มาดูหน้าตากันหน่อย แต่ผมจำชื่อมันไม่ได้ละ ขออำภัย

ร้านนี้ดีครับ ใช้วิธีเลือกดูตัวอย่างอาหาร แล้วจำชื่อไว้ จากนั้นก็ไปหยอดเหรียญตรงตู้จ่ายเงิน จะได้คูปองมาให้ตรงคนขาย เค้าก็จะทำตาม order ในคูปองนั้นครับ ผมว่าดีทีเดียว ไม่ต้องมีพนักงานคอยเก็บตัง ประหยัดคนงานได้อีก

พอทานอิ่มก็มาเดินซื้อของใช้บางส่วน ก็ได้ของมาดังรูปครับ

ซื้อสายแลนเอามาไว้ต่อ notebook สมุดโน้ตเล่มเล็กพกพาสะดวก นาฬิกาปลุกกันตื่นสาย เพราะที่นี่เค้าค่อนข้างเป้ะเรื่องเวลา และก็หัวปลั้กพ่วงสำหรับต่อปลั้กแปลงจากหัวมน เป็นแบบปลายแบน เพราะที่นี่เต้ารับจะเป็นแบบปลายแบนทั้งหมด
ส่วนรูปเหรียญที่เห็นนั้นก็เงินเยนครับ ไล่ไปตั้งแต่เหรีญ 100 เยน 50 เยน 10 เยน และ 1 เยน ใหม่ๆ มาก็งงๆ แต่ตอนนี้คุ้นแล้วครับ
วันนี้ เขียนมาซะยืดยาว เอาไว้เดี๋ยวผมเล่าเรื่องของวันต่อไปใน topic หน้าละกัน ขอไปนอนก่อนนะค้าบ ตอนนี้ก็ปาไปเกือบตี 1 แล้ว ขณะที่เมืองไทยก็อยู่ราวๆ เกือบ ห้าทุ่ม
โปรดติดตามกันต่อไปนะค้าบ
