สนุกสนานที่ Tokyo Disney Sea

หลังจากแวะเที่ยวหลายๆ ที่มาแล้ว ก็มาถึงสถานที่ที่ผมรู้สึกชอบมากที่สุดจากการได้ไปที่ญี่ปุ่นรอบนี้ คือ Tokyo Disney Sea ครับ เพราะเดิมทีชอบไปเที่ยวพวกสวนสนุก ขนาดอยู่ที่ไทยยังเคยเที่ยวแค่ แดนเนรมิตร ก่อนที่จะปิดตัวไป

วันนี้ไปเที่ยวกันตามประสา สองหนุ่มครับ นัดเจอกันที่สถานี้ Kamata เพราะต้องออมอยู่ Omori ต้องผ่านสถานีนี้อยู่แล้ว ก็เจอกันประมาณ 9 โมง แล้วก็ออกเดินทาง ระหว่างการเิดินทางก็ถ่ายเก็บบรรยากาศไปเรื่อยๆ ครับ

ก็ต่อรถไฟฟ้าอยู่ 2-3 ทอดครับ กว่าจะมาถึงยังสถานีของ Tokyo disney sea ก็เป็นเวลาประมาณ 10 โมงนิดๆ ก็เลยแวะทานอะไรกันที่สถานีเพื่อเพิ่มพลังงาน ก่อนตลุย Disney sea กัน

การที่จะไปยังจุดซื้อตั๋ว หรือทางเข้าของ Disney sea ต้องนั่งรถไฟฟ้าไปอีกทีนึงครับ รถไฟฟ้าก็ดูน่ารักสไตล์ Disney หน้าต่างเป็นรูปมิคกี้เมาส์ สมเป็น Disney จริงๆ รถไฟฟ้าอันนี้ก็ต้องเสียค่าตั๋วเหมือนรถไฟฟ้าปกติอีกเช่นกันครับ ผมก็ใช้ SUICA card ไปเลยสะดวกดี กว่าจะได้เริ่มออกเดินทางก็เกือบ 11 โมงแล้ว

มาดูบรรยากาศระหว่างนั่งรถไฟฟ้าไปยังจุดซื้อตั๋วเข้าไปใน Disney sea น่ะครับ ก็จะเห็นว่ามีลานจอดรถกว้างมากไว้รองรับคนจำนวนมาก และจะเห็นว่าคนมาเยอะจริงๆ ครับ เห็นรถจอดเรียงรายเป็นร้อยๆ คัีน ถ้านับดูแล้วอาจจะถึงพันคันด้วยซ้ำ อาคารต่างๆ ก็หรูหราใหญ่โต สมกับเป็น Disney จริงๆ

แล้วก็มาถึงยังจุดซื้อตั๋ว ผมกับน้องออมก็จ่ายกันคนละ 5000 เยนครับ อันนี้ตั๋วใช้ได้วันเดียวนะครับ จะมีตั๋วหลายๆ แบบอีก เช่น ตั๋ว 2 วัน ตั๋วอาทิตย์ก็มีครับ แล้วแต่ว่าท่านสนใจแบบไหน

มีแผนที่มาให้ด้วย เพราะว่าข้างในกว้างพอสมควรครับ จะได้รู้ว่าเครื่องเล่นแต่ละอันอยู่ตรงจุดไหน

พอผ่านจุดตรวจตั๋วมาแล้ว เข้ามาก็จะเจอลูกโลกขนาดใหญ่ ดังรูปครับ ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกไวก่อน

TokyoDisney_Sea_01 TokyoDisney_Sea_18

จากนั้นเข้าไปด้านใน ก็จะเห็นเลยครับ ว่าคนเยอะมากๆ การจะเล่นเครื่องเล่นแต่ละอัน ต้องต่อคิวยาวหลายสิบเมตร ส่วนใหญ่ที่ผมเข้าต่อคิวนั้น จะใช้เวลาเฉลี่ยรอคิวประมาณ 30 นาที – 1 ชั่วโมงเลยทีเดียว แต่พอได้เล่นแต่ละอย่างถือว่าคุ้มค่าเสียเวลาครับ

พอเข้ามาแล้วอย่างแรกที่ตัดสินใจไปใช้บริการกัน ก็นั่งรถราง ดูบรรยากาศรอบๆ ก่อนครับ

รูปที่เห็นเป็นเหมือนปราสาทนี่เป็นเครื่องเล่นสุดท้ายที่ไ้ด้เล่น ของการเที่ยวครั้งนี้ครับ ได้เล่นตอนประมาณ 3 ทุ่มกว่าๆ เป็นเหมือนปราสาทริปลี่ แบบว่ามีของแปลกต่างๆ นาๆ ส่วนเครื่องเล่นในตึกนี้ก็ เป็นลิฟท์สั่นประสาท ผมตั้งชื่อเองครับ มันจะประมาณว่าลิฟท์จะค่อยๆ เลื่อนไปยังจุดบนสุดที่มองเห็นวิวด้านนอกได้เลยเพราะบนสุดจะเป็นช่องเหมือนกระจกแตกอยู่ จากนั้น มันจะหล่นวู่บลงมาอย่างรวดเร็วแบบไม่ให้ตั้งตัว จากนั้นก็เลื่อนขึ้นเลื่อนลงอยู่ประมาณ 3-4 รอบ เดาไม่ถูกเลยครับ ออกมานี่เล่นเอาผมขาสั่นเลยทีเดียว

อ่ะ กลับมาที่ เมื่อออกจากรถรางแล้ว มาหยุดที่จุดที่เป็นเหมือนภูเขาไฟยักษ์ที่อยู่บริเวณส่วนกลางของ Disney sea ถ่ายภาพให้เห็นบรรยากาศกันหน่อย และข้างในภูเขานี้ จะเป็นแอ่งน้ำอยู่ตรงกลาง มีบริการเรือให้นั่งชมวิวภายใน Disney sea ด้วยครับ แต่ผมไม่ได้นั่งเพราะไม่แน่ใจว่าจะใช้เวลานานแค่ไหน

ข้างในก็จะมีร้านขายของที่ระลึกด้วยครับ  ผมก็ได้ติดไม้ติดมือมาบ้างนิดหน่อย

ตรงจุดนี้ผมได้แวะเวียนกลับมาอีกรอบ ได้มาเล่น รถไฟเหาะที่วิ่งในอุโมงค์ภายในภูเขานี้ครับ มันมาก ตอนที่มาเล่นนี้มืดแล้ว แถมแบตเตอรี่กล้องก็หมดครับ เลยไม่ได้เอารูปมาฝาก ที่ได้เล่นก็ประมาณว่าเป็นเหมือนรถไฟวิ่งในอุโมง ซึ่งระหว่างทางที่แล่นจะเจอสัตว์ประหลาดดึกดำบรรพ จากนั้นมาถึงไคลแมกซ์ ก็คือมันจะวิ่งไปทะลุเอายอดภูเขา แล้วดิ่งทิ้งตัวลงมาจากยอดอย่างรวดเร็ว ผมชอบมากเลยครับ รู้สึกเสียวพิลึก แต่ความเสียวก็ไม่เท่า ปราสาทริปลี่ ที่เล่าไปก่อนหน้านี้

ภายในยังมีส่วนที่ผมว่าเหมาะกับเด็กๆ และแนวครอบครัวครับ คือเป็นส่วนที่คล้ายๆ ในภาพยนตร์ little mermaid ก็ได้มีโอกาสเข้าไปนั่งดูการแสดงอยู่ประมาณ 30 นาที ดูแล้วก็เพลินๆ ดีครับ

ถ่ายมาให้ดูด้วยว่า คุณแม่คุณพ่อพาลูกๆ มาเยอะจริงๆ จะเห็นรถเข็นเด็กจอดเรียงรายอยู่มุมนึงเต็มไปหมด

ถัดจากอันนี้ก็ได้ไปจองตั๋ว การแสดงจากเรื่อง อาละดินกับตะเกียงวิเศษ ครับ โดยการเข้าชมแต่ละเครื่องเล่น สามารถจองตั๋วไว้ก่อนได้ ผ่านตู้จองตั๋ว แต่เราจะต้องมาถึงก่อนเวลาในตั๋วเรานะครับ ไม่งั้นก็อด เห็นบางคนก็ไปไล่กดจองตั๋วกันก่อน แล้วทยอยเล่นเครื่องเล่นตามลำดับที่จอง เค้าก็ไม่เสียเวลามายืนต่อคิวรอนานๆ ครับ แต่ส่วนใหญ่แล้ว ผมกับน้องออมจะได้ยืนต่อคิวมากกว่า เพราะกะเวลาไม่ถูกถ้าจะจองตั๋วไว้น่ะครับ

การแสดงในส่วนอาละดินนี้ ด่านแรกจะเป็นยืนมุงดูตุ้กตาเล่าเรื่องครับ จากนั้น ก็ไปล่องเรือดูตุ้กตาเคลื่อนไหวตามรายทาง เพลงประกอบช่วงนี้เพราะมากครับ (จริงๆ ในนี้เค้าห้ามถ่ายรูปนะครับเนี่ย แต่แอบถ่ายมาให้ดูนิดหน่อยนะ) ด่านสุดท้ายจะเป็นการแสดง สามมิติ โดยให้เราสวมแว่นสามมิติ จะดูเหมือนยักษ์นั้นมีชีวิตจริงๆ ออกมานอกจอเลยครับ พึ่งรู้ซื้งถึงภาพยนตร์สามมิติที่เขากล่าวขวัญกัน ว่าได้อรรถรส จริงๆ

เครื่องเล่นที่อยู่ใกล้ๆ กันก็คือรถไฟเหาะแบบไม่หวือหวาครับ ที่เลือกเล่นอันนี้เพราะเห็นคิวไม่ยาวมาก เลยเลือกเล่นอันดับต้นๆ ของวันเลย

จากนั้นมาต่อที่รถไฟเหาะที่หวือหวาขึ้นมาหน่อย เพราะมีตีลังกากลับหัวด้วยครับ

ระหว่างทางที่รอคิวจะมีดอกไม้สวยๆ ด้วย ก็เลยถ่ายมาให้ดูกันว่าสวยแค่ไหน

อ้อ จะบอกว่ามันมีเสียงจิ้งหรีด เสียงแมลงระหว่างทางที่รอด้วย ตอนแรกก็มองหาต้นตอของเสียง ก็มาเจอกับอุปกรณ์ดังรูปครับ นี่เองเป็นแหล่งเสียงที่คอยสร้างบรรยากาศเหมือนเราอยู่ในป่าดงดิบ 555++

จากนั้นก็ได้ลองเล่นรถไฟเหาะที่ว่านี้แล้ว รู้สึกสนุกมากครับ ถึงแม้จะรอคิวนานเกือบชั่วโมง และได้เล่นประมาณ ไม่ถึง 10 นาที แต่ถือว่าคุ้มครับ เพราะผมชอบเครื่องเล่นแบบนี้อยู่แล้ว พอเสร็จแล้วจึงมาถ่ายรูปบริเวณหน้าเครื่องเล่นนิดนึงครับ

TokyoDisney_Sea_58

แล้วก็เดินถ่ายรูปเก็บบรรยากาศไปเรื่อยๆ ครับ

TokyoDisney_Sea_39

จากเครื่องเล่นรถไฟเหาะตีลังกา แล้วก็เดินกลับไปหาอะไรทานบริเวณจุดที่เป็นเหมือนภูเขาไฟครับ ได้กินน่องไก่งวง อิ่มมากๆ ครับเพราะน่องใหญ่มาก กินเหลือด้วยซ้ำครับ

แล้วพอพักย่อยอาหารซัีกพัก ก็ได้ไปเล่นรถไฟลอดอุโมงค์ในภูเขาไฟ และก็ปราสาทริปลี่ เป็นแห่งสุดท้าย จริงๆ อยากเล่นต่อครับ แต่ที่นี่ปิดไม่ให้เล่นตอน 4 ทุ่มครับ ก็เลยถึงเวลาต้องกลับแล้ว พอเดินทางกลับกว่าจะถึงห้องก็เกือบเที่ยงคืนครับ ปวดเมื่อยไปหมดเพราะเดินทั้งวันเลยครับ

เสียดายตอนกลางคืนไม่ได้เก็บรูปภาพมาฝากครับ เพราะเตรียมแบตเตอรี่กล้องไปแค่ก้อนเดียว

ถ้าใครจะไปเที่ยวที่นี่แนะนำให้ไปแต่เช้าครับ เพราะเครื่องเล่นเยอะมาก จะเสียเวลาตรงต่อคิวครับ นานเป็นชั่วโมง แล้วสำรองแบตเตอรี่กล้องด้วยนะครับ จะได้เก็บภาพมาอย่างเต็มอิ่ม

ก็ขอจบเรื่องเล่าไว้ตรงนี้นะครับ หวังว่าเพื่อนๆ ที่เข้ามาอ่านน่าจะได้ซึมซับบรรยากาศบ้างนะครับ เอิ้กๆ

Comments (2)

สารานุกรมDecember 5th, 2009 at 1:53 pm

อยากไปมั่งจังครับ

TheerawutJune 26th, 2011 at 1:10 am

ขอบคุณครับ ที่ได้เห็นภาพสวยๆ และทำให้ระลึกถึงความหลังที่ดีตลอดเวลา 1 ปีครับพี่

Leave a comment

Your comment

CAPTCHA Image CAPTCHA Audio
Refresh Image