ห้้องพักที่ญี่ปุ่น
วันนี้มาแนะนำ Apartment กับ Accessories ที่เค้ามีให้นะครับ
อย่างเรื่องที่เล่าไปคราวก่อนว่าผมพักที่ อพาร์ทเมนท์ สูง 7 ชั้น ผมอยู่ชั้น 4 ห้อง 401 (เอาไปซื้อหวยก็ได้นะ ถูกแล้วมาแบ่งผมมั่ง) ใช้เฉพาะคีย์การ์ดสำหรับผ่านประตูด้านหน้า ส่วนการจะเข้าห้องก็ให้กดรหัสผ่านที่หน้าห้อง

โดยตอนไปติดต่อที่ office บริษัทที่ให้เช่า เค้าจะให้รหัสผ่านเริ่มแรกมาก่อน แล้วเราค่อยมาเปลี่ยนทีหลังครับ ผมคงไม่ต้องบอกผู้อ่านด้วยนะครับ ว่ารหัสผ่านอะไร เอาไว้เดี๋ยวผมกลับเมืองไทยแล้วค่อยบอกอีกทีละกัน เอิ้กๆ
มาเริ่มดูจากหน้าห้องกันเลย พอเปิดประตูเข้ามาปุ้บ ก็จะเจอห้องส้วมก่อน แต่ก็ไฮเทคพอดี ผมถูกใจระบบฉีดน้ำล้างหลังทำธุระหนักเสร็จน่ะครับ มีปรับเป็นน้ำอุ่น หรือน้ำเย็นปกติก็ได้ หรือมีล้างหลายๆ แบบจะแรงหรือจะฉีดเบา เอาเป็นว่าไม่อธิบายมากละกันครับ เขิน

ถัดจากห้องส้วมมาก็จะเป็นห้องที่เก็บเครื่องซักผ้า อันนี้ผมก็งมวิธีใช้อยู่พักใหญ่ ถึงแม้จะมีวิธีใช้ภาษาอังกฤษอยู่ในเอกสารที่อยู่ในห้องก็ตาม คู่มือนั้นอธิบายแค่ว่าปุ่มนั้นคืออะไร แต่วิธีการใช้งานนี้ไม่ได้อธิบายไว้ครับ แต่สุดท้ายก็มั่วสำเร็จจนได้ เพราะปกติผมซักผ้ากับเครื่องหยอดเหรียญ นี่ต้องมากดปุ่มเองก็เลยงงๆ ครับ

ถัดมาฝั่งเดียวกันก็จะเป็นห้องน้ำ มีระบบทำน้ำอุ่น ระบบเป่าลมร้อนเข้ามาเพื่อให้ในห้องอุ่น และก็ระบบดูดอากาศด้วยครับ ผมเองไม่ได้เอาไดเป่าผมมา ก็อาศัยเครื่องเป่าลมร้อนนี้แหละช่วย อิๆ ต่อไปใครจะเอาวิธีผมไปใช้ก็ไม่ว่านะครับ

ถัดมาฝั่งตรงข้ามก็จะเป็นโซนทำครัว ตั้งแต่มานี่ผมยังไม่ได้ใช้อะไรนอกจากไมโครเวฟกับตู้เย็นครับ แบบว่ายังขี้เกียจทำอาหารเอง เอาเป็นว่าถ้าได้อยู่นานกว่านี้ค่อยลองทำดู ตรงห้องครัวก็มีอุปกรณ์ให้พร้อมทั้ง หม้อหุงข้าว ถ้วย จาน ชาม หม้อ กะทะ ช้อนส้อมก็มี ขาดอย่างเดียวที่ผมต้องการคือ มีดปอกผลไม้

และในห้องจะมีถังขยะให้ 2 ใบครับ เอาไว้แยกขยะประมาณว่า recycle ได้กับเผาได้ จริงๆ มีให้แยกมากกว่านี้แต่ไม่ขออธิบายนะครับ สำหรับเรื่องขยะ พึ่งมารู้เอาอาทิตย์หลังๆ ตอนไปด้อมๆ มองๆ ที่หน้าห้องทิ้งขยะ เค้ามีเขียนอธิบายไว้ ว่าต้องใช้คีย์การ์ดในการเปิดห้อง แล้วเอาขยะไปวาง ผมเองก็ดองขยะไว้เป็นอาทิตย์เลย (แต่ก็ไม่เยอะมากเพราะส่วนใหญ่ทานข้างนอก) เพราะนึกว่าต้องทิ้งอาทิตย์ละครั้งประมาณนั้น สุดท้ายตอนนี้ 2-3 วันผมก็หอบลงไปทิ้งละครับ
เอ้า คราวนี้มาดูในห้องนอน ก็มีเตียง โต๊ะทำงาน ตู้เสื้อผ้า ข้างในตู้ก็มีที่รองรีดผ้า เตารีด เครื่องดูดฝุ่น ไม้แขวนเสื้อให้ 3 อัน รวมกับที่ผมเตรียมมาอีก 4 อันก็กำลังพอดี


แถวหน้าที่พักผมจะเป็นสวนสาธารณะครับ ถ้ากลับมาตอนกลางวันจะเห็นแม่บ้านทั้งหลาย พาลูกๆ มาเล่นอยู่แถวนี้เยอะเลย เท่าที่รู้มา ส่วนใหญ่เวลาผู้หญิงญี่ปุ่นแต่งงานก็จะได้อยู่กับบ้าน ไม่ต้องไปทำงาน มีหน้าที่เป็นแม่บ้าน เลี้ยงลูก และดูแลด้านงานบ้านทั้งหมด ส่วนเรื่องหาเลี้ยงครอบครัวก็เป็นหน้าที่ให้เฉพาะผู้ชาย ดังนั้น ผู้ชายที่นี่ก็จะบ้างานทีเดียว ออกจากบ้านไปตั้งแต่เช้า และกว่าจะกลับกันก็ดึกดื่นครับ
เรื่องเล่าตอนนี้จบแค่นี้ก่อนละกัน เดี๋ยวเรื่องหน้าก็จะเกี่ยวกับที่ไปท่องเที่ยวที่แรกมาให้อ่านกันครับ

พี่ค่ะ ขอสอบถามนิดนึงนะคะ พอดีว่าเพื่อนหนูจะไปญี่ปุ่นอ่ะคะ
อยากขอทราบราคาห้องที่พี่พักหน่อยอ่ะว่าแพงไหม เพราะมันดูดีมากเลย
แล้วมันอยู่ใกล้จาก RIKEN มากไหมค่ะ
รบกวนด้วยนะค่ะ
ถ้าจำไม่ผิด ย่านที่ผมไปพักนั้นอยู่นั้นจะเรียกว่า Kamata ครับ เวลาจะไปดูงาน RIKEN นั้นอยู่ซึ่งYokohama ก็จะนั่งรถไฟฟ้าจากสถานี kamata ไปอีกประมาณ 2 สถานี ถึงสถานี Yokohama ก็นั่งรถบัส ต่อไปอีก ประมาณ 20-30 นาทีครับ
ห้องพักของผมนั้น ตกเดือนละประมาณ 7 หมื่นกว่าบาท ซึ่งก็แพงเอาการ โชคดีที่ได้ทุนไปครับ ไม่งั้นไปเองคงจ่ายไม่ไหว ได้คุยกับน้องๆ พี่ๆ คนไทยที่นู่นเค้าบอกว่ามีที่ถูกกว่านี้อยู่ แต่จะอยู่ไกลสถานีรถไฟฟ้าพอสมควร
ยังไงฝากเพื่อนมาเล่าประสบการณ์ให้กันฟังหน่อยนะครับ
อ้อ ไปที่ญี่ปุ่นที่โตเกียวนี้ ลองไปตามสถานที่ต่างๆ ที่ผมเขียนเล่าไว้ จะประทับใจมากครับ ที่ผมประทับใจสุดๆ ก็โตเกียวดิสนีย์ ซี ครับ
แล้วที่พักที่อยู่ใกล้กับ RIKEN มีไหมอ่ะค่ะ ไม่แน่ใจเมือนกันคะว่าเพื่อนไปดูงานที่ไหน แต่เห็นพูดถึง RIKEN ก็คิดว่าคงไม่ไกลจาก RIKEN เท่าไหร่ ตอนที่พี่ไปเห็นอพาร์ทเมนต์แถวๆนั่นบ้างไหมคะ เอาแบบนั่งรถไฟหรือเดินไปกลับได้อ่ะคะ เห็นเค้าบอกว่าเลิกดึก ก็เลยอยากได้แบบที่ใกล้ที่สุด
รบกวนพี่อีกทีนะค่ะ
PS. ถ้าเพื่อนไปแล้วจะบอกให้มาแชร์ประสบการณ์กับพี่นะคะ ขอบคุณมากๆเลยนะคะสำหรับข้อมูล ไว้มีข้อสงสัยจะรบกวนถามอีกนะคะ
เท่าที่ถามน้องที่ทำแลปอยู่ที่ RIKEN นั้น มีที่พักแถวสถานี Surumi ครับ (โทษทีตอนแรกจำผิด สถานีที่ผมต่อรถบัสคือ Surumi ครับ) อีกอย่างราคาก็แจ้งผิด แหะ จริงๆ แล้วอย่างที่ผมพักเดิมนั้นตกเดือนละ แสนสี่หมื่นกว่าๆ เยน เกือบแสนห้าหมื่นเยน
แถว Surumi ไม่ได้เป็น อพาร์ทเมนท์แบบของผมน่ะครับ เพราะเป็นย่านอุตสาหกรรม แต่เป็นเหมือน Guest house มากกว่า
ส่วนเรื่องเลิกดึก เอาเป็นว่าผมให้ข้อมูลก่อนละกัน ที่เห็นน้องๆ คนไทยที่ทำแลปที่นั่น ปกติผมเห็นเลิกไม่เกิน 4 ทุ่มครับ เพราะว่ารถบัสหมดตอน 4 ทุ่มนะครับ ส่วนรถไฟฟ้าสาย JR line นี้หมดตอนเที่ยงคืน
โดยส่วนตัวผมว่าแถวที่ผมพักก็สะดวกสุดแล้วนะครับ (ผมอยู่สถานี Kamata ใกล้สถานที่ชอปปิ้ง มีร้านอาหารเปิดดึกๆ เผื่อว่ากลับมาหิวๆ) หรือไม่ถัดจากสถานีนี้ไปอีก 1 สถานี คือ Omori ก็สะดวกเหมือนกัน น้องออม ที่ผมเขียนเล่าเรื่องถัดไป เค้าก็พักที่นั่นครับ สะดวกเหมือนกัน
สรุปแล้วราคาที่พักในโตเกียวนี้เท่าที่ทราบก็ไม่ต่ำกว่า แสนเยน ต่อเดือนครับ และแถว RIKEN เลยนี่่รู้สึกจะไม่มีนะครับ เพราะเป็นย่านอุตสาหกรรม น่ะครับ ยังไงคงต้องไปพักใกล้สุดคือแถวๆ สถานี้รถไฟฟ้าต่างๆ ครับ
ผมว่าเดินทางไม่ลำบากครับ การขนส่งที่ญี่ปุ่นสะดวกมาก ขอให้มี SUICA card ก็สะดวกแล้วล่ะครับ ใช้ได้ทั้งรถไฟฟ้า ทั้งรถบัส แต่อย่าลืมเติมเงินนะจ๊ะ
ขอบคุณสำหรับข้อมูลอันเป็นประโยชน์มากๆ นะคะ
คือเพื่อนหนูเนี่ยมันไม่เคยไปญี่ปุ่นเลยสิ เค้าออกแนววิตกนะ่พี่ว่าชั้นจะไปอยู่ที่ไหน ชั้นจะจองยังไง ภาษาญี่ปุ่นชั้นก็พูดไม่เป็น เพื่อนที่นั่นก็ไม่มี หนูก็เลยลองมาชวนเค้าหาอ่ะคะ
แล้วตอนที่พี่จะไปเนี่ย พี่จองที่พักยังไงหรอคะ แล้วราคาที่ว่าแสนสี่ถึงแสนห้าเยนเนี่ยมันเป็นกี่บาทหรอคะ ฟังแล้วดูแพงมากกกกก
รบกวนอีกทีนะคะพี่ หนูจะนัดเจอกับเพื่อนอาทิตย์หน้า หนูจะได้รวบรวมข้อมูลไปบอกเค้า
ขอบคุณมากๆเลยนะคะ
ตอนที่จะไปโชคดีที่มีน้องคนไทย ที่อยู่ที่ RIKEN ช่วยหาข้อมูลให้ ทั้งประสานเรื่องห้องพักเบื้องต้นให้ด้วยครับ
เดี๋ยวถ้าเมลล์ติดต่อน้องคนนี้ได้ จะลองอีเมลล์ให้ติดต่อไปนะครับ ที่ RIKEN ก็มีคนไทยอยู่หลายคนเหมือนกันครับ
ยังไงอีเมลล์มาได้ครับที่ mt761 แอด ฮอทเมลล์ดอทคอม (สะกดเป็นภาษาอังกฤษนะครับ พอดีพิมพ์กันสแปมเมลล์)
เผื่อจะให้ช่วยเบื้องต้นได้บ้างครับ
เรื่องอัตราแลกเปลี่ยนเช็คได้หลายเว็บเลยครับ ลองค้น google ดู แต่คร่าวๆ ตอนนี้ 100 yen ต่อ 35 บาทกว่าๆ ครับ เอาง่ายๆ 3 เยนต่อ 1 บาทครับ แสนเยนก็ประมาณ สามหมื่นกว่าบาท ครับ
สงสัยคงต้อง up blog หน่อยละ เพราะไม่ได้อัพเดทมานานละ มีคนมา comment ค่อยดีใจหน่อยครับ นึกว่าเว็บจะร้างไปซะแล้ว 555++
up blog เลยพี่หนูจะไปบอกเพื่อนให้มาอ่าน
เพราะหนูลองอ่านแล้วเป็นประโยชน์อย่างมาก โดยเฉพาะ How to อ่านแล้วสนุกดี รู้สึกทึ่งกับคนญี่ปุ่นจริงๆ
เงิน 3 เยนต่อ 1 บาท ค่าห้องแสนห้าเท่ากับต้องมีเงินเดือนเกินแสนห้า (ตายแน่เพื่อนชั้น) ไหนจะค่ากิน ค่าเดินทางอีกกับมาผอมแน่ๆคราวนี้
หนูอ่านตอนที่พี่ไปถีงวันแรก ไม่มีคนมารับหรอค่ะ แล้วถ้าเพื่อนหนูมันไปเป็นปีกระเป๋ามันต้องมากกว่าหนึ่งใบแน่ๆ แล้วมันไปคนเดียวมันจะทำยังไงอ่ะพี่ แนะนำหน่อยสิค่ะ
ส่วนเมล์ไว้จะให้เพื่อนแอดไปหานะคะ เผื่อมันมีอะไรจะถามพี่ (คาดว่ามันคงมีเยอะ)
ขอบคุณมากมายค่ะ
พีเอส.. อย่าลืมอัพบล็อกนะคะ ชอบอ่าน สนุกดี
อ้อ พี่คะขอถามเพิ่มจากข้างบนหน่อยนะคะ
คือ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอินเตอร์เน็ต เนี่ยเค้าคิดยังไงหรอคะ คือไม่เห็นพี่พูดถึงเลยอ่ะ
แล้วห้องเนี่ยถ้าเราจะจองต้องมัดจำก่อนกี่เดือน คือถ้าเพื่อนหนูต้องสำรองจ่ายเองก่อน คือกลัวมันไม่มีตังค์
คือ อยากรู้ว่ามันต้องเตรียมอะไร ยังไงก่อนไปอ่ะค่ะ แล้วห้องที่พี่พักมันมีข้อเสียอะไรไหมอ่ะค่ะ
เอาแค่สิ่งที่ต้องรู้เบื้องต้นก่อนก็ได้ค่ะ แล้วถ้าหนูบอกเพื่อนแล้วเค้าอยากรู้เพิ่ม หนูจะให้เค้าเมล์ไปถามนะคะ
(เมล์เพื่อนหนูคืออันที่หนูใช้ตอบ comment พี่นี่ล่ะคะ….ตอนนี้เพื่อนหนูมันไม่อยู่ กทม มันไปต่างจังหวัดหนูมันเลยให้หนูเอาเมล์มันมาตอบ)
ขอบคุณมากมายนะคะสำหรับข้อมูลที่เป็นประโยชน์
พีเอส.. อย่าลืมอัพบล็อกนะคะ
ตอบเป็นข้อๆ ดังนี้
1. ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอินเตอร์เน็ต พอดีผมไปพักเดือนเดียว เค้ารวมอยู่ในค่าเช่าทั้งหมดเลยครับ วันที่กลับก็แค่ส่งกุญแจคืนให้เค้าทางไปรษณีย์ ส่งที่ 7 eleven ที่แถวๆ ที่พัก สะดวกดี ไม่ต้องเดินทางไปบริษัทเค้าเพื่อคืนกุญแจ
2. ตอนก่อนไป เค้าให้จ่ายมัดจำก่อน 10000 บาทครับ/คน ตอนนั้นผมใช้บัตรเครดิตรูดเอา (สำรองจ่ายไปก่อน แล้วมาเบิกคืนทีหลัง)
3. เตรียมตัวยังไง แนะนำให้ ศึกษาคำศัพท์ชีวิตประจำวันภาษาญี่ปุ่นให้เยอะๆ จะบอกว่า ภาษาอังกฤษ ไม่ได้ช่วยอะไรสำหรับชีวิตภายนอก RIKEN เพราะคนญี่ปุ่นพูดอังกฤษได้น้อยมาก ยิ่งกว่าคนไทยเสียอีก หาเตรียมแผนที่รถไฟฟ้าไว้แต่เนิ่นๆ หาโหลดในเน็ตก็ได้ครับ เพราะที่สถานีที่นู่น บางทีแผนที่ยังมีแต่ภาษาญี่ปุ่นเลย ผมเองก็ได้มาจากน้องคนไทยที่นั่นอีกที ตอนนั้นแบบไปไม่ได้เตรียมตัว กว่าจะคุ้นก็หลายวันอยู่ รถไฟฟ้าที่นั่นจะหลายสายมาก ต้องเล็งดีๆ
เดี๋ยวมีเวลาจะเล่าอันที่ผมพอจำได้ก่อนนะครับ ลืมๆ ไปเยอะเหมือนกัน
แนะนำว่าเขียน diary ทุกวันก็จะดีครับ บางทีก็ช่วยทบทวนว่าจะแก้ไขปัญหาเดิมๆ ยังไง หุๆๆ แถมยังเอามาบอกเล่ากันต่อไปได้
PS อัพ blog แล้วนะครับ เดี๋ยวมีเรื่องที่ไปฮ่องกง กะใต้หวัน กำลังรวบรวมข้อมูลอยู่