แวะเที่ยว Shibuya ต่อด้วย Harajuku
หลังจากวันเสาร์ได้ไปที่พระราชวัง Imperial palace และ Tokyo tower แล้ว วันอาทิตย์ก็นั่งรถไฟฟ้ามาเที่ยวสถานที่ ในเส้นรถไฟฟ้า Yamanote line ตอนแรกกะไป 3 ที่ครับ คือ Shibuya –>Harajuku–>Shinjuku แต่เผอิญว่า ที่ Shinjuku นั้นคลาดกับน้องออม ที่นัดแนะกันแล้ว แต่ว่าไม่เจอกัน ที่สุดท้ายก็เลยไม่ได้เที่ยวไหน
ภาพข้างบนนี้ก็เป็นมุมที่การ์ตูนญี่ปุ่นหลายๆ เรื่องเอามาเป็นฉากหลังน่ะครับ (เค้าบอกมาอย่างนี้อ่ะนะ) มันเป็นแยกที่คนพลุกพล่านเอาการทีเดียว
พอออกมาจากสถานี Shibuya station แล้วผมก็พยายามมองหาเป้าหมายของการมาที่นี่ คือมาถ่ายรูปกับ รูปปั้นสุนัข (Hachiko statue) เดินหลงไปไกลพอสมควร
ส่วนรูปรองเท้านี้ จริงๆ ตั้งใจถ่ายมาให้หลานดู เห็นบอกว่าสนใจรองเท้าแฟชั่น แล้วแถวนี้บางทีก็มีคนแต่งตัวแปลกๆ มาเดินให้เห็นกันด้วย อย่างในรูป ขวามือ 2 สาว ที่เห็นไกลๆแต่งหน้าทำสีผมซะแปลกตาทีเีดียว
และจากที่เดินหลงไปไกล และไม่รู้ว่าจะไปทางไหนต่อดี เลยตัดสินใจแวะถามแถวร้านสะดวกซื้อ ซึ่งกว่าจะสื่อสารกันเข้าใจ ว่าผมต้องการไปที่ไหน ก็นานทีเดียว จนสุดท้าย เค้าก็ชี้บอกประมาณว่า อนุสาวรีย์นั้นก็อยู่ใกล้ๆ กับสถานี Shibuya ที่ผมพึ่งออกมาเมื่อกี้เอง เลยเดินย้อนกลับไป
อ้าว มันอยู่ข้างสถานีนั่นเอง แต่พอดีมันมีต้ันไม้บังอยู่ ผมก็เลยไม่ทันเห็น เพราะออกมาประตูด้านข้าง ซึ่งไม่ผ่านตรงตำแหน่งที่รูปปั้นนี้ตั้งอยู่ มาถึงแล้วก็ไม่พลาดถ่ายรูปคู่ เก็บไว้เป็นที่ระลึก อาศัยขอให้คนแถวนั้นถ่ายให้ครับ ก็แลกเปลี่ยนกันถ่าย
ตรงด้านหน้าของรูปปั้น ก็จะเห็นมีรถบัสสีเขียวๆ ผมก็ลองเดินเข้าไปดู ก็พบว่าเป็นส่วนแสดงภาพในอดีตของ Shibuya ว่าในอดีตจนถึงปัจจุบันเปลี่ยนไปแค่ไหน
และแน่นอน ก็แอบเก็บภาพสาวๆ ญี่ปุ่นมาให้ท่านๆ ได้ดูพอเป็นพิธี
ใกล้ๆ กันนั้น ยังเห็นมีการแสดงเปิดหมวก แบบขำๆ ฮาๆ ให้ดูเพลินๆ ครับ ดูการแต่งตัวก็น่าจะฮาอยู่ ถ้าผมฟังมุข ภาษาญี่ปุ่นเค้าออก คงจะฮามากกว่านี้ เหอๆๆ
ที่นี่ผมเดินไม่นานนักครับ จากนั้นก็เดินทางมุ่งสู่สถานีต่อไปคือ ฮาราจูกุ (Harajuku) ตั้งใจไปที่วัดเมจิ วัดดังของ Tokyo ที่เขาร่ำรือกันว่า เป็นวัดที่มีคนนิยมมาแต่งงานที่นี่กันเยอะทีเดียว ด้านหน้าทางเข้า ก็มีคนเอาภาพวาดของเขาเองมาเร่ขายด้วย
ก่อนเข้าไปข้างในก็ขอถ่ายรูปกับประตูวัดด้านหน้านิดนึงครับ ตอนผมไปถึงประมาณ 4 โมงเย็น คนก็ยังเยอะทีเดียว บรรยากาศในวัดนี้ร่มครึ้มมากๆ จากเมืองที่คราคร่ำด้วยผู้คน เสียงรถจอแจ เข้ามาในวัดนี้จะมีแต่เสียงจิ้งหรีด เสียงนก เหมือนกับมาอยู่ในอีกโลกนึงเลยครับ
และก่อนเข้าวัดญี่ปุ่นทุกที่ ก็มักจะมีอ่างให้ล้างมือ ก่อนเข้าวัดเหมือนกันทุกที่ครับ
บริเวณด้านหน้าก่อนเข้าตัววัดก็จะมีขายของที่ระลึก ยันต์ต่างๆ แถมที่วัดนี้มีคำอธิบายภาษาอังกฤษด้วยครับ จะได้รู้ความหมายของยันต์ด้วย
เข้าไปข้างใน โอ้วเก้าอี้ทำไมมันเยอะแยะแบบนี้ อ้อ เพราะวันนี้รู้สึกจะมีลูกของคนใหญ่คนโตมาจัดงานที่วัดนี้นะครับ แถมไปยืนด้อมๆ มองๆ แอบถ่านตอนที่เขาซ้อมพิธีนิดนึง
และวัดทุกวัด ก็จะมีแขวนป้ายคำอธิษฐานคล้ายๆ แบบนี้ครับ แต่ที่นี่วัดใหญ่ ก็มีป้ายเยอะเป็นพิเศษ แล้วผมเหลือบไปเห็นมีฝรั่ง มาเขียนคำอธิษฐานพร้อมใส่ชื่อเว็บของเค้่าเองเสร็จสรรพ 555++
ใครมาที่วัดเมจินี้ อย่าลืมแวะไปดูพิพิธภัณฑ์ จะต้องเดินเข้าไปข้างในลึกพอสมควรครับ แต่ตอนที่ผมไปนั้นมันเลยเวลาปิดไปแล้วคือ 16.30 น ก็เลยพลาดไป
จากนั้นพอใกล้เวลานัดกับน้องอีกคนที่ ชินจูกุ ก็นั่งรถไฟฟ้าไปที่นั่น แต่ปรากฏว่าก็คลาดกัน ไม่เจอกัน เพราะสถานีนี้ใหญ่มากครับ นัดกันลำบาก คราวหน้าคงต้องนัดกันที่อื่นก่อน เสียดายกะจะมาท่องราตรีที่นี่ เ้ค้าว่าขึ้นชื่อทีเดียว แต่สุดท้าย ก็ได้แค่ทานอาหารเย็นแถวๆ นี้แล้วก็นั่งรถกลัวครับ
กลับถึงห้องก็ประมาณ 3 ทุ่ม แอบหิวเลยหาอะไรในตู้เย็นมาทานอีกหน่อยก่อนนอนครับ
ชอบอาหารญี่ปุ่น เพราะผมรู้สึกว่าผมทานได้หมดเลย อิๆ




























รูปเยอะดีครับ ชอบๆ ( แต่ขอรูปสาวๆ แถวชิบูย่า เพิ่มอีกนะครับ ) อิๆ
ดีจังค่ะ ชอบๆๆๆ > < อยากไปฮาราจุกุกับชิบูย่าจังเลยยย ชอบสไตล์การแต่งตัวของคนญี่ปุ่นมักๆค่าา
ผมจะไปหาพี่สาว ไปคนเดียว ไปครั้งแรกด้วย ตื่นเต้น
ดีคับ นึกว่าใคร อยากไปมั่งจัง