แวะไหว้พระ กับชมประภาคารที่ Kamakura
มาต่อกันด้วยสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่ง คือย่าน Kamakura ครับ ที่นี่มีที่ท่องเที่ยวเพียบเลย
วันนี้เดินทางกับน้องออม เริ่มออกเดินทางกันประมาณ 9 โมงกว่าๆ นั่งรถไฟฟ้ากันไกลเลยครับ แถมไม่พอ พากันหลงนั่งผิดสาย ทำให้เสียเวลาไปพอสมควร แต่ก็ไม่ถึงกลับหลงไปไกลมากครับ ถือว่าเป็นประสบการณ์ตื่นเต้นอีกอย่างหนึ่ง และกว่าจะมาถึงจุดเริ่มต้นของการเที่ยวครั้งนี้ ก็ 11 โมงกว่าๆ วันนี้ฝนตกตอนมาถึงเลยครับ ทำให้ทุลักทุเลพอสมควร แต่ในเมื่อมาถึงแล้ว ก็บ่ ยั่นครับ
พอมาถึงจุดเริ่มต้น ถ่ายรูปป้ายที่บอกว่า ที่นี่ Kamakura เด้อ เก็บไว้เป็นหลักฐาน จากนั้น ก็เริ่มตระเวนไปตามจุดต่างๆ โดยที่นี่จะมีรถไฟฟ้า ที่เป็นแบบรถไฟฟ้าท้องถิ่น วิ่งระยะทางสั้นๆ คอยบริการครับ
จุดแรกที่ตัดสินใจไปกันคือ ไปนมัสการ Big Buddha ครับ ด้านหน้าทางเข้าจะเป็นแผนที่ให้ดูด้วยว่าที่ Kamakura นั้นมีสถานที่ท่องเที่ยวหลักๆ อะไรบ้าง
แน่นอนครับ มาถึงที่นี่แล้ว ไม่ถ่ายกับองค์พระก็กระไรอยู่ ถัดจากองค์พระเดินอ้อมไปด้านหลัง จะมีร้านขายของที่ระลึกอยู่ครับ ผมได้พวกกุญแจ กับของฝากอีกเล็กน้อยเอามาฝากเพื่อนๆ ที่เมืองไทยด้วย
หลังจากซื้อของที่ระลึกแล้ว มาด้อมๆ มองๆ รอบองค์พระ เห็นมีต่อแถวทำอะไรกันอยู่หนอ ก็เข้าไปถามดู อ้อ เข้าไปถ่ายรูปในองค์พระครับ เพราะข้างในนั้นจะกลวง และมีป้ายอธิบายถึงวิธีการสร้างองค์พระด้วย
อันนี้ก็เป็นบรรยากาศภายในองค์พระครับ จะมีช่องระบายอากาศ ถ้ามองจากด้านนอกก็คือด้านหลังองค์พระนั่นเองครับ
เสร็จจากวัดแรกนี้แล้ว ท้องเริ่มหิวเพราะเป็นเวลาเที่ยงพอดี ก็เดินหาร้านอาหารที่ราคาไม่แพง ก็ไปเจออยู่ร้านนึง บรรยากาศดูเป็นกันเองดีครับ รูปข้างบนก็ให้ดูว่าอาหารที่เราทานมือนี้หน้าตาน่าทานแค่ไหน ตอนที่นั่งเขียนอยู่นี้ยังน้ำลายสอเลย เอิ้กๆ
ท้องอิ่มแล้วก็มีแรงลุยต่อ ฝนเริ่มเม็ดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ แต่เราก็ไม่ย่อท้อ ตะลุยต่อไป ก็ตระเวณถ่ายรูปกับส่วนต่างๆ ของวัดแห่งที่สองนี้ด้วยครับ ที่วันนี้มีจุดชมวิวที่ทำให้เห็นถึงอ่าว และก็ทะเลที่ Kamakura นี่ด้วย
แอบไปเขียนป้ายคำอธิษฐาน พร้อมกับทิ้ง URL เว็บไว้บนป้ายนิดนึง เผื่อมี fan club ติดตามมาที่เว็บนี้เพิ่มขึ้น 555++
จากนั้น ตัดสินใจกับน้องออมว่า จะนั่งไปจนสุดสถานีก่อนแล้วค่อยย้อนกลับมา แต่สุดท้ายก็เลยตัดสินใจกันว่าแวะประภาคาร น่าจะมีอะไรน่าชมมากกว่า
บรรยากาศระหว่างทางที่ไปประภาคารครับ ณ ตอนนี้ร่มที่ผมพกไปก็พังไปเป็นที่เรียบร้อย เพราะลมแรงมากครับ
สุดท้าย ก็เลยถอยเอาร่มอันใหม่ ตรงร้านขายของระหว่างทางขึ้นไปประภาคาร เป็นร่มใสดังในรูป ดีครับ เวลากางแล้วถ่ายรูปไม่บังแสง ได้เห็นหน้าชัดๆ 555++ ถูกใจมากมาย
จริงๆ ถ้าจะขึ้นไปก็สามารถเดินขึ้นบันไดได้ แต่ผมกับน้องออมตัดสินใจว่าขึ้นบันไดเลื่อนดีกว่า เพราะอยากจะประหยัดเวลาครับ แล้วเดี๋ยวค่อยเดินลงเอา
ระหว่างทาง ก็มีศาลเจ้าเป็นจุดๆ ไป มีซุ้มที่เห็นในรูป เค้าบอกประมาณว่า ลอดแล้วจะโชคดี ก็จัดไปเรียบร้อย แล้วเดินไปอีกนิดก็ึถึงทางเข้าประภาคารครับ เมื่อผ่านจุดตรวจตั๋วที่จะเข้าชมแล้ว ข้างในยังมีสวนดอกไม้ให้ถ่ายรูปด้วย แต่ฝนก็ยังตกปรอยๆ ดูแล้วถ่ายรูปไม่ค่อยสวยเลยไม่ได้เอารูปมาให้ดูกัน
เมื่อขึ้นไปบนประภาคารแล้ว ก็ถ่ายให้เห็นบรรยากาศเล็กน้อยครับ อย่างที่บอกครับ ฝนตกเลยทำให้ทัศนวิสัยไม่ค่อยดีนัก ข้างบนประภาคารนี้ จะมีกล้องส่องทางไกลให้ด้วย ดังรูป แต่ว่าต้องหยอดเหรียญ 10 เยน นะครับถึงใช้งานได้
มาถึงนี่แล้วพอลงประภาคารมา ก็ตะลุยกันต่อไป ทั้งที่ไม่รู้ว่าสุดเส้นทางจะเป็นอะไร แต่เราก็เดินกันต่อไปเรื่อยๆ ครับ
สุดท้าย มาเจอว่าสุดทางก็จะเป็นบริเวณโขดหิน มีคนมาตกปลา ด้วยครับ มาถึงก็พลบค่ำพอดี ตรงจุดนี้ ถ่ายรูปเพลินไปนิด คลื่นซัดมาไม่รู้ตัวครับ ทำรองเท้าเปียกเลย น้ำขัีงในรองเท้าแฉะไปหมดครับ เดินกลับเลยทุลักทุเลยิ่งกว่าเิดิม เสียงดังเอี้ยดอ้าดไปตลอดทาง
ถ้าใครได้มีโอกาสมาเที่ยวญี่ปุ่น ก็แนะนำที่นี่อีกแห่งหนึ่งครับ เพราะจริงๆ มีที่เที่ยวเยอะมาก แนะนำให้มาแต่เช้าเลย เพราะผมมาสายไปนิดเลยได้เที่ยวไม่ถึงครึ่งเลยครับ
ทิ้งท้าย สำหรับชื่อสถานที่ต่างๆ เดี๋ยวผมมา update อีกทีนะครับ พอดีพึ่งมาเขียนอธิบายทีหลัง เวลาผ่านไปนานแล้วก็ลืมๆ บ้าง แต่เดี๋ยวไปค้นเอกสารที่เก็บไว้แล้วจะมาเขียนบอกเพิ่มเติมนะครับ



































