Imperial palace & Tokyo tower
ไม่ได้มาเขียน blog ต่อตั้งนาน วันนี้ขอต่อกันด้วยภาพตอนที่ไปเที่ยวที่ Imperial palace กับ Tokyo tower นะครับ
วันที่ีไปนี้เป็นวันเสาร์ที่ 10 ตุลาคม โดยตอนเดินทางออกจากที่พักประมาณช่วงบ่ายๆ นั่งรถไฟฟ้าไปลงที่ Tokyo station ก่อนเลยครับ เพราะ plan ว่าวันนี้จะไปเที่ยว 2 ที่ ก็เลือกไปที่สถานีไกลๆ ก่อนแล้วค่อยย้อนกลับมา พอออกจากสถานี ก็เดินตุปัดตุเป๋ ซักพัก แล้วก็ลองเดินไปถามทางคนแถวนั้น ลุ้นหน่อยครับ ว่าจะสื่อสารกันได้ไหม เพราะที่นี่พูดภาษาอังกฤษกันได้น้อย ก็โชคดี เจอคนที่เป็นคล้ายๆ คนซ่อมถนน เค้าพูดอังกฤษได้บ้าง เลยไม่ได้หลงไปไกลมากครับ อ้อ ตอนแรกถามเค้าว่า Imperial palace ไปทางไหน แรกๆ เค้าก็งงๆ ผมเลยบอกไปว่าจะไป Kokyo (โค้กเคียว) เค้าถึงจะรู้จัก
ตึก หรืออาคารแถวนั้นจะมีแต่หลังใหญ่ๆ โตๆ ทั้งนั้นครับ ส่งผลให้แถวนั้นลมแรงมาก อากาศก็เย็นทีเดียว แต่ก็ไม่ถึงกับหนาวครับ สำหรับผมนะ รู้สึกคุ้นๆ กับอากาศแถวบ้านทางเหนือของไทยมากกว่า อิๆ
ที่แรกที่ไปชักรูป ก็เป็นตำแหน่งที่จะมองเห็นพระราชวังอยู่ไกลๆ ผมก็ขอให้ฝรั่งคนนึงช่วยถ่ายให้ครับ
ซึ่งตรงจุดนี้รูปทางขวามือ จะเป็นประตูที่จะเปิดให้เข้าแค่ช่วงเทศกาลเท่านั้น เท่าที่ทราบมาเช่น ฉลองวันเกิดพระราชา ราชินี ประมาณนั้น แต่ถึงไม่ได้เข้าไป ก็ขอถ่ายรูปตรงทางเข้าไว้ก็โออ่ะนะ
จากนั้นก็เดินทอดน่องไปเรื่อยๆ แรกๆ คิดว่าพระราชวังจะมีแค่นี้หรือ แต่พอเดินตามนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ ไปเรื่อยๆ ก็ไปเจอแผนที่ที่บอกว่ามีส่วนที่เปิดให้เข้าไปเยี่ยมชมด้านในได้ ระหว่างทางก็เก็บบรรยากาศสวยๆ มาฝากครับ
ก่อนเข้าไปข้างใน ยังเจอหงส์ 2 ตัว ว่ายน้ำคลอเคลียกันอยู่ด้านหน้าครับ รู้สึกจะชอบให้ถ่ายรูปซะด้วย ตอนแรกเห็นว่ายอยู่ไกลๆ แต่พอยกกล้องปุ้บ ก็ว่ายเข้ามาให้ถ่ายกันใกล้ๆ ครับ
สังเกตุดีๆ ตัวขวามือ จะว่ายน้ำด้วยขาเดียว อีกขาจะเหยียดมาข้างหลังครับ สงสัยจะเมื่อย 555++
จากนั้นพอถึงทางเข้า ผ่านประตูบานใหญ่เข้าไป ก็จะมีจุดที่ให้รับบัตรผ่าน ไม่ต้องเสียตังครับ แต่ก็เก็บเอาไว้ยื่นให้ตอนออกด้วย เหมือนเค้าเอาไว้ตรวจดูว่ามีใครแอบเข้ามาทางอื่นหรือเปล่า ป้ายผ่านนี้จะมีทั้งภาษาญี่ปุ่น และอังกฤษนะครับ ก็สรุปใจความได้ว่า เค้าจะปิดให้เยี่ยมชมตอน 16.30 น เห็นเรื่องเวลานี้แล้ว อยากเล่าเรื่องร้านขายของที่ระลึกข้างในครับ ที่บอกปิดร้าน 4 โมงเย็น พอถึงเวลาปุ้บ เค้ารีบปิดประตู แล้วก็ต้อนแขกออกจากร้านเลย แบบว่าตรงเวลามาก ผมก็ดูของเพลินๆ เกือบออกมาไม่ทัน
ว่ากันต่อเลยดีกว่า ก่อนเข้าไปข้างใน พอผ่านด่านมาปุ้บ จะเจอพิพิธภัณฑ์สำหรับแสดงข้าวของเครื่องใช้ของ พระจักรพรรดิ์ และราชวงศ์ต่างๆ แต่แสดงไม่เยอะครับ เค้าห้ามถ่ายรูปเลยไม่ได้เอามาให้ดูเด้อ
ลองเดาต่อได้มั้ยครับ ว่าอาคารแรกที่เราจะเจอก่อนเมื่อจะเข้าพระราชวังน่าจะเป็นอะไร
แท่นแท้น ภาษาอังกฤษเค้าเรียก Guard house ก็คือบ้านของพวกผู้คุ้มกันนั่นก็คือซามูไรนั่นเอง จริงๆ จะมี guard house อยู่อีกชั้นข้างใน คิดว่าหลังข้างนอกนี้น่าจะเป็นซามูไรแบบไม่ใช่ VIP ก็เลยมาอยู่ด่านแรก คอยคุ้มกันก่อนเลย
จริงๆ มีรูปอีกหลายรูปครับ แต่ผมก็เลือกๆ มาลงใน blog นี้บางส่วนก่อน ไว้มีเวลาจะเอามาลงแบบเต็มๆ อีกที
รูปนี้ก็จะเป็นห้องที่อยู่แถวแนวกำแพง อ่านจากคำอธิบายแล้ว ดูเหมือนเป็นที่ที่ใช้ขังเชลยศึก ประมาณนั้น
พอเดินเข้ามาเรื่อยๆ ก็ถ่ายดอกไม้ตามทางมาให้ดูครับ ดอกในรูปนี้หอมมากเลย โดยเฉพาะยิ่งเวลาเย็นมากเท่าไหร่ ก็จะหอมมากขึ้น
จากนั้นเดินเข้ามาอีกก็จะเจอลักษณะคล้ายเนินที่เป็นป้อมปราการ คอยสังเกตุการณ์ระยะไกล แล้วผมก็แอบขอให้ฝรั่งแถวนั้นช่วยถ่ายรูปให้ตามเคย
เดินไปเรื่อยๆ มองเห็นสวนร่มรื่นอยู่ไกลๆ ก็เลยเดินเลียบเลาะไปทางนั้น น่าแปลกครับ มาเจอปลาทองว่ายคลอเคลียกันเป็นคู่อีกละ ชักภาพมาให้ดูเป็นหลักฐาน เดี๋ยวจะหาว่าโม้
พอผ่านจากสวนมา เดินวนไปเรื่อยๆ พอมาถึงทางออก ก็อย่างที่บอก แวะดูของที่ระลึกครับ แต่ตอนนั้นเป็นเวลา สี่โมงเย็นแล้ว พอเข้าไปแป้บเดียวยังไม่ทันได้เลือกของ ก็โดนต้อนออกมาจากร้านละครับ สรุปที่นี่เลยไม่ได้ซื้อพวกของที่ระลึกเลย
ออกมาก็ขอให้นักท่องเที่ยว รู้สึกจะเป็นคนจีน ช่วยถ่ายตรงประตูทางเข้า-ออก ให้อีกซักรูป
จากนั้นก็รีบเดินทางต่อไป จากสถานีโตเกียว ไปยังสถานี Hamamatsucho เพื่อมุ่งไปยัง Tokyo tower ซึ่งจากสถานี เค้าบอกกันว่าจะไป Tokyo tower ไม่ยากเลย เพราะจะเห็นแต่ไกล ซึ่งก็จริงอย่างที่เค้าว่ากัน เพราะพอผมออกจากสถานีมาก็เห็นยอด tower แต่ไกลครับ
ก่อนเดินไปยังจุดหมาย ก็แวะทานอาหารที่ร้้านแถวๆ นั้นซะหน่อย ก็พยายามเลือกร้านที่มีหยอดเหรียญครับ เพราะสั่งอาหารภาษาญี่ปุ่นไม่ได้ เหอๆๆ พอท้องอิ่มก็เดินย่อยอาหารต่อทันที ก่อนที่จะถึง Tower ก็จะผ่านวัดแห่งหนึ่งก่อน ก็ถ่ายภาพบรรยากาศมาให้ดูพอเป็นพิธี
จากนั้นก็เดินๆๆ ต่อไปเรื่อยๆ จนในที่สุด มาถึงแล้ว ก็ถ่ายรูปจากมุมที่ฐานมองขึ้นไปมาให้ดูก่อน
ตอนที่ผมไปถึง คนก็เริ่มทยอยมาเรื่อยๆ ครับ แต่แค่ตอนนั้นแถวก็ยาวมากแล้ว การจะขึ้นไปดูวิวข้างบน จะมีอยู่ 2 ชั้นนะครับ จุดชมวิวชั้นแรกจะซื้อตั๋วตรงชั้น 1 เลย ราคาผู้ใหญ่ก็ราวๆ 800 เยน จากนั้นถ้าต้องการขึ้นไปถึงยอดสูงสุด ก็ต้องเสียเพิ่มอีก 600 เยน โดยซื้อตั๋วที่จุดชมวิวชั้นแรกอีกทีครับ มาดูบรรยากาศกัน
อันนี้รีบถ่ายตอนที่ยังพอมีแสงอยู่นะครับ เพราะกล้องผม cannon นั้นแพ้ที่แสงน้อย ดังนั้นวิวตอนกลางคืนที่แทบจะเก็บรายละเอียดไม่ค่อยได้เลย ก็เลยจะมีภาพที่พอจะโชว์ได้ดังที่เห็นนี้
รูปซ้ายมือ หลายๆ คนมองเห็นเหมือนผมหรือเปล่า คล้ายๆ รูปปลาดาวเลย
พอชมจนอิ่มหนำใจแล้วก็ลงลิฟท์ มาที่ชั้น 3 ตอนแรกก็แปลกใจว่าทำไมเค้าไม่จอดชั้น 1 สุดท้ายก็ถึงบางอ้อว่า เค้าต้องการให้แวะชมสินค้าของที่ระลึกก่อนนะครับ ที่นี่นอกจากผมจะได้พวกโปสการ์ดที่ระลึกแล้ว ก็ตัดสินใจซื้อขวดน้ำ ทรงโตเกียวทาวเวอร์ กลับมา เพราะวันนั้นกระเป๋าแฟ่บไปเยอะละึครับ เลยไม่ซื้อของแพงเท่าไหร่
พอกลับลงมาก็ถ่ายรูปมุมมองจากฐานอีกซักที สวยไปอีกแบบครับ
โปรดติดตามเรื่องต่อๆ ไปของผมนะครับ ว่าจะพาไปที่สถานที่อะไรอีก
























