Taiwan trip กับนายฉุย
วันนี้เอา trip ที่ได้ไปดูงานที่ใต้หวันมาเล่ากันครับ ทริปนี้จริงๆ ได้ไปก่อนที่จะไปญี่ปุ่น ไประยะเวลาสั้นๆ คือ 2 วัน 2 คืน ก็บริษัทเครื่องมือสนับสนุนการดูงานในครั้งนี้ ออกเดินทางเย็นวันอังคารครับ เดินทางด้วย KLM airline เป็นสายการบินของดัช ครับ รู้สึกบริการใช้ได้ดีทีเีดียว ผมเองเวลาได้เดินทางด้วยเครื่องบินทีไร มักจะได้ที่นั่งริมหน้าต่างครับ แถมใกล้ปีกเครื่องด้วย เกือบทุกครั้งเลยก็ว่าได้ ก็เลยจะชอบถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก
นั่งเครื่องประมาณ 3 ชั่วโมง ก็มา ถึงสนามบินของไต้หวันครับ มาถึงนี่แล้ว บริษัทก็จัดให้มีรถลีมูซีนมารับ ก็ถือว่าสะดวกสบายทีเดียว เพราะไม่ต้องหาทางไปโรงแรมเอง
จากสนามบินมาถึงโรงแรมก็ค่ำพอดีครับ ผมเลยถือโอกาสออกมาหาอะไรทาน บริเวณใกล้ๆ โรงแรมที่พัก ก็ไปเจอเอาร้านที่มีเมนูเป็นรูปภาพอยู่ ก็เลยนั่งทานที่ร้านนี้ เพราะว่าคนขายจริงๆ ก็พูดอังกฤษได้นิดหน่อยน่ะครับ ก็ภาษากายเป็นหลัก และเมนูเป็นภาพก็จะสะดวกหน่อย จะได้รู้ว่าเค้าใส่อะไรบ้างครับ
ขากลับก็แวะมินิมาร์ท หาซื้อขนมขบเคี้ยวมานิดหน่อย ที่ไต้หวันนี้ ถ้าเราสั่งให้ใส่ถุงพลาสติก จะต้องจ่ายเงินเพิ่มครับ เป็นกฏของเขา ผมก็ติดใส่ถุงก็เลยยอมเสียตัง ค่าถุงไปด้วยครับ เพราะกลัวหอบๆ ไปแล้วจะหล่นระหว่างทางกลับ
เท่าที่ลองทานดู ผมว่าขนมบ้านเราอร่อยกว่าเยอะครับ อิๆ
จากนั้นก็พักผ่อน ไม่ได้มีกิจกรรมอะไรในคืนแรกครับ รุ่งเช้า Ankle คนของบริษัทที่รับหน้าที่ดูแลผมที่ไต้หวันนี้ก็มารับไปดูงานที่ ห้องแลปแห่งหนึ่ง ไม่ขอลงรายละเอียดส่วนนี้ละกันครับ
พอตกเย็น เค้าก็พาไปทาน ติ่มซำ อยากบอกว่าอร่อยมากครับ ถ้าผมมีโอกาสได้ไปอีก คงไปหาทานที่ร้านนี้อีก แต่เสียดายจำชื่อร้านไม่ได้แล้ว เหอๆๆ จากนั้น Ankle ก็ถามว่าอยากไปเที่ยวที่ไหน ผมเลยให้เค้าแนะนำ และเค้าก็เลยพาไปที่ ตึก 101 ซึ่งเป็นตึกที่เคยทำสถิติสูงที่สุดในเอเชียมาแล้วครับ
ตึกที่ว่าจะเห็นอยู่ด้านหลังผมในรูปอยู่ลิบๆ ครับ จากนั้นเค้่าก็ขับรถพาไปที่ตึก 101 นี้
ให้ดูภาพมุมสูงบรรยากาศในตัวเมืองไต้หวันครับ ที่ไต้หวันนี้เค้าค่อนข้างจะวางผังเมืองไว้อย่างดี แบบว่าแยกที่อยู่อาศัย ออกจากบริเวณที่ทำงาน เป็นสัดส่วนพื้่นที่ที่แยกกันชัดเจนครับ อย่างในบริเวณโรงแรมที่พักผม ก็จะมีแต่บ้าน ที่อยู่อาศัย อยู่บริเวณนั้น จะหาที่เที่ยวไม่ได้เลยครับ ถ้าจะเที่ยวต้องนั่งรถออกไปอีกไกลเหมือนกัน
ภายในตึก 101 ก็จะมีวิดิโอ แสดงขั้นตอนการสร้างตึก เพื่อรองรับแผ่นดินไหว โดยจะมีลูกตุ้มที่เห็นในภาพเป็นตัวปรับสมดุลครับ และก็มีห้องแสดงปะการังสวยงามชนิดต่างๆ รู้สึกว่าที่ไต้หวันนี้จะขึ้นชื่อเรื่องปะการังนะครับ เพราะเห็นของที่ระลึกก็จะเป็นรูปปะการังก็เยอะ
วันที่สองก่อนกลับ ก็คุยกับ Ankle ให้พาไปพิพิธภัณฑ์ของไต้หวัน ซึ่งเค้าบอกว่าวัตถุโบราณที่อยู่ในสภาพดีๆ ของเมืองจีนนั้น มาอยู่ในพิพิธภัณฑ์ของไต้หวันเป็นส่วนใหญ่ครับ พอเข้าไปแล้วก็น่าเชื่อเช่นนั้นครับ แต่เสียดายเค้าไม่ให้ถ่ายรูปในพิพิธภัณฑ์ครับ เลยเก็บแค่บรรยากาศด้านหน้าตึกพิพิธภัณฑ์ ซึ่งใหญ่มากครับ มีด้วยกันมากกว่า 4 ชั้น แบ่งเป็นโซนต่างๆ ใครที่ไปที่นี่ก็อย่าพลาดโอกาสที่ไปที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้นะครับ
เสร็จจากเที่ยวพิพิธภัณฑ์นี้แล้ว ก็เดินทางกลับด้วยสายการบิน นกแอร์ครับ มาถึงที่สุวรรณภูมิก็เย็นพอดีครับ















